ระบบช่วยสร้างเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
สถานภาพการวิจัย
งานวิจัยนี้เป็นสร้างระบบช่วยสร้างเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการมีเว็บ E-Commerce โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียน code ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจได้มาก โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มดำเนินกิจการรวมไปถึงเจ้าของกิจการที่ไม่มีหน้าร้านเป็นของตนเอง ระบบนี้มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดี สามารถทำงานได้ครบถ้วนตามขอบเขตของระบบงานที่ได้วางไว้
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจได้มาก
- เพื่อช่วยในการพัฒนาเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียน code
- เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการมีเว็บ e-Commerce
- เพื่อให้ธุรกิจของตนนั้นสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ได้
- เพื่อให้ช่องทางในการพัฒนาและขยายช่องทางการตลาด
- เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่
กระบวนการวิจัย (Process)
วิธีการดำเนินงาน
การศึกษาระบบงานเดิม
จากการศึกษาระบบงานเดิมพบว่าการพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส (e-Commerce) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นมี 2 แนวทาง คือ การจ้างบริษัทในการพัฒนาเว็บไซต์และการพัฒนาเว็บไซต์ด้วยตนเอง ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบธุรกิจจะเลือกใช้วิธีใด
การศึกษาความเป็นไปได้
พบว่าระบบงานเดิมนั้นยังมีข้อจำกัดบางประการอยู่ ในส่วนของผู้ที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์เองแต่ไม่มีความรู้ในการพัฒนาเว็บไซต์นั้นระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยได้ โดยระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์นั้นจะแบ่ง การทำงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ ส่วนการจัดการกับเนื้อหาเว็บไซต์และส่วนของการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ซึ่งแต่ละส่วนมีการทำงาน ดังนี้
1. ส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์
ส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ จะเป็นส่วนของผู้ที่ต้องการมีเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ซึ่งจะต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน จึงจะทำการพัฒนาเว็บไซต์ได้ โดย
ผู้ประกอบการจะต้องกรอกข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูลผู้ประกอบการข้อมูลสินค้า รูปแบบ template และยอมรับเงื่อนไข เมื่อเสร็จขั้นตอนแล้วผู้ประกอบการจะได้รับชื่อของ URL ที่ใช้ในการจำหน่ายสินค้ากับทางเว็บไซต์
2. ส่วนการจัดการเนื้อหาเว็บไซต์
ส่วนการจัดการเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ จะเป็นส่วนของผู้ประกอบการที่มีเว็บไซต์เรียบร้อย ซึ่งในส่วนนี้จะใช้สำหรับการแก้ไขข้อมูลและรายละเอียดของสินค้า รวมถึงรูปแบบtemplate โดผู้ประกอบการที่ต้องการจะเข้ามาแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ จะต้องทำการ Log in เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถทำงานได้
3 ส่วนสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์
ส่วนการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ จะเป็นส่วนของการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ โดยลูกค้าจะต้องทำการสมัครเป็นสมาชิกกับทางเว็บไซต์ก่อนจึงจะสามารถสั่งซื้อสินค้าได ้เมื่อต้องการสั่ง ซื้อสินค้าให้ทำการ Log in เข้ามาสั่งซื้อโดยทำการเลือกสินค้าที่ต้องการลงในตะกร้าสั่งซื้อแลวิธีการชำระเงิน จากนั้นระบบจะทำการคำนวณราคาสินค้าที่สั่งซื้อสุดท้ายเมื่อกระบวนการทำงานต่าง ๆ เรียบร้อยลูกค้าจะได้รับหมายเลขการสั่งซื้อสินค้าเพื่อใช้อ้างอิงต่อไป
การวิเคราะห์และออกแบบระบบงานใหม่
จากการศึกษาความเป็นไปได้นั้น จึงทำการออกแบบระบบโดยอาศัยหลักการและทฤษฎี UML (Unified Modeling Language) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และออกแบบระบบงานใหม่ โดยในการวิเคราะห์นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ Use Case Diagram, Class Diagram, Sequence Diagramและ State Diagram
1. Use Case Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จากภาพที่ 1 ระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
Enterprise คือ ธุรกิจที่ต้องการสร้างเว็บ e-Commerce
Admin คือ ผู้ดูแลระบบ
Customer คือ ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้า
User คือ ผู้ใช้งานทั่วไปที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์
กิจกรรม Register member เป็นการสมัครสมาชิกซึ่งผู้ที่จะมาสมัครสมาชิก ได้นั้น คือ Enterprise และ Customerโดยผู้สมัครจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้กับระบบ เพื่อ
เข้าไปทำกิจกรรมพัฒนาเว็บไซต์หรือซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ต่อไป

ภาพที่ 1 Use Case Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กิจกรรม Log in เป็นการเข้าสู่ระบบ เพื่อที่จะเข้าไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป ผู้ที่จะเข้าสู่ระบบได้จะต้องทำการสมัครสมาชิกก่อน ซึ่งได้แก่ Enterprise Customer และ Admin
กิจกรรม Create web page เป็นส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ โดยผู้ประกอบการ (Enterprise) ต้องทําการกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทรายละเอียดสินค้าที่จำหน่าย และรายละเอียดเกี่ยวกับ template ที่ต้องการ
กิจกรรม Update web page เป็นส่วนที่ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าและ template
กิจกรรม Search เป็นส่วนที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถใช้งานในส่วนนี้ได้โดยไม่ต้องทำการสมัครเป็นสมาชิก
กิจกรรม Order เป็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ซึ่งลูกค้าจะต้องสมัครสมาชิกก่อน โดยให้หยิบสินค้าลงตะกร้าสินค้าพร้อมทั้งบอกจำนวนที่ต้องการ เมื่อสั่งซื้อเรียบร้อยระบบจะทำการคํานวณราคาสินค้าจากนั้นลูกค้าจะต้องกรอกข้อมูลการชำระเงิน สุดท้ายระบบจะให้หมายเลขการสั่งซื้อกับลูกค้าเพื่อใช้ในการอ้างอิงภายหลัง
กิจกรรม Report เป็นส่วนสำหรับ Admin และ Enterprise ที่ใช้ในการออกใบเสร็จและออกรายงานยอดการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการและ Admin
กิจกรรม Web board เป็นส่วนที่ใช้ในการตั้งกระทู้และตอบคำถามซึ่งในส่วนนี้จะสามารถใช้งานได้ทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก
กิจกรรม Exchange data เป็นส่วนที่ใช้แสดงข้อมูลสินค้าที่อยู่ในรูปของ XML (Extensive Markup Language) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล
กิจกรรม Maintenance website เป็นส่วนสำหรับ Admin เพื่อใช้ในการดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ
2. Class and Object Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ดังภาพที่ 2

ภาพที่ 2 Class and Object Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
3. Sequence Diagram (ภาพที่3) ระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ์ ในที่นี้จะแสดง Sequence Diagram ของ Use Case Create web page การพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ประกอบการ (Enterprise) ที่ต้องการสร้างเว็บจะร้องขอไปที่เว็บไซต์ จากนั้นเว็บไซต์จะแสดงแบบฟอร์มการสร้าง web page ผู้ประกอบการจะกรอกข้อมูลสินค้าและรายละเอียดลงใน web page จากนั้นระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งชื่อ web pageด้วยถ้าชื่อ web page ซ้ำระบบจะแสดงข้อความขึ้นที่หน้าจอการใช้งานเพื่อให้ทำการตั้งชื่อ web page ใหม่ แต่ถ้าชื่อไม่ซ้ำระบบจะตอบรับและให้ดําเนินการต่อซึ่งผู้ประกอบการต้องจดจำชื่อ web page นั้น เพื่อใช้ในการเรียกใช้งานเว็บของตน

ภาพที่ 3 Sequence Diagram ของ Use Case Create web page
4. State Diagram (ภาพที่ 4) ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในที่นี้จะแสดง State Diagram ของการ Create web page เริ่มจากสถานะพร้อมใน การรับคําสั่งเมื่อมีคําสั่งการสร้างเว็บเข้ามา ระบบจะให้กรอกข้อมูลความต้องการเว็บเพจ ซึ่งในที่นี้จะรวมถึงชื่อ URL ที่ผู้ประกอบการกำหนดขึ้นด้วยจากนั้นจะส่งข้อมูลไปตรวจสอบถ้าพบว่ากรอกข้อมูลไม่ครบจะให้ย้อนกลับไปทำการกรอกข้อมูลใหม่ และถ้าพบว่าชื่อ URL ซํ้าก็จะให้ทำการตั้งชื่อใหม่แต่ถ้า ไม่ซํ้าก็จะให้ไปทําการสร้าง catalog โดยให้กรอกข้อมูลสินค้าและทำการตรวจสอบ ถ้าพบว่ากรอกข้อมูลไม่ครบก็จะให้ย้อนกลับไปกรอกข้อมูลใหม่ แต่ถ้าข้อมูลครบถ้วนแล้วก็จะแสดงข้อความ “successful” บนหน้าจอเป็นการสิ้นสุดการทำงาน

ภาพที่ 4 State Diagram ของการ Create web page

ภาพที่ 5 สถาปัตยกรรมของระบบช่วยสร้างเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ขั้นตอนการพัฒนาระบบ
ในการพัฒนาระบบมีการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นทั้งเครื่อง Server และเครื่อง Client โดยนำเทคโนโลยีDOTNET เข้ามาทำงาน ระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้นผู้จัดทําได้เลือกใช้ ASP.NET ในการพัฒนาระบบและใช้ Microsoft SQL Server 2000 ในการจัดการกับฐานข้อมูลของระบบ นอกจากนี้ยังมีการนำ XML เข้ามาใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ขั้นตอนการทดสอบระบบ
ทำการทดสอบระบบโดยใช้แบบสอบถามประมวลผลทางสถิติ เพื่อหาประสิทธิภาพของระบบ ซึ่งแบบสอบถามที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลและการทดสอบสมมุติฐานนั้นแบ่งคำถามออกเป็น 2 ประเภท คือ คำถามปลายปิด ซึ่งมีคำตอบชัดเจนตายตัวให้เลือก (เป็นข้อ choice) และคำถามปลายเปิดซึ่งเป็นการถามเชิงขอความคิดเห็น ในการประมวลผลทางสถิติเพื่อประมวลระบบนั้นได้เลือกใช้คำ ถามปลายปิดเนื่องจากมีคำตอบที่ชัดเจน รวดเร็ว เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ โดยแบ่งคำถามออกเป็น 4 ส่วน คือ
1. การประเมินระบบทางด้าน Functional Requirement Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้มานั้นมีความถูกต้อง และมีประสิทธิภาพตามความต้องการของผู้ใช้มากน้อยเพียงใด
2. การประเมินระบบด้าน Functional Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้พัฒนามีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพสามารถทำงานได้ตามหน้าที่ (Function) ที่มีอยู่ในระบบมากน้อยเพียงใด
3. การประเมินระบบด้าน Usability Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้พัฒนามีความสามารถในการใช้งาน และมีความสะดวกในการใช้งานมากน้อยเพียงใด
4. การประเมินระบบด้าน Security Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้พัฒนานั้นมีค วามปลอดภัยของข้อมูลหรือไม่มีมากน้อยเพียงใด
ผลการวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์
a. ผลผลิต/สิ่งที่ได้จากการวิจัย
ระบบมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดี สามารถทำงานได้ครบถ้วนตามขอบเขตของระบบงานที่ได้วางไว้
b. จุดเด่นของผลการวิจัย
ผู้ที่ต้องการมี web e-Commerce โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการสร้างเว็บไซต์และไม่จำเป็นต้องทำการเขียนcode ด้วยตนเอง เพียงเลือกรูปแบบและทำการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และธุรกิจของตนใน web authoring ก็จะได web e-Commerce สําหรับธุรกิจ ของตนแล้ว
c. การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
ทำให้ธุรกิจของตนเป็นที่รู้จักทั่วโลก เพื่อให้ธุรกิจของตนนั้นสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นๆได้ อีกทั้งเป็นช่องทางในการพัฒนาและขยายช่องทางการตลาด สามารถนำความรู้จากบทความนี้ไปประยุกต์ใช้หรือพัฒนางานวิจัยต่อไปได้โดยระบบช่วยสร้างเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการพัฒนาระบบงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งผลจากการพัฒนานั้นปรากฏผลดังนี้
ในส่วนของร้านค้านั้นพบว่า สามารถทำการสร้างเว็บ e-Commerce สร้าง catalogue จัดการข้อมูลการซื้อ-ขายสินค้าวิธีการชำระค่าสินค้าข่าวประชาสัมพันธ์รายงานการซื้อ -ขายสินค้า รายงานรายได้ พิมพ์ใบเสร็จ การใช้บริการเว็บบอร์ดและดูข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ในส่วนลูกค้า พบว่าสามารถทำการค้นหาข้อมูลสินค้าซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ พิมพ์รายการสินค้าที่สั่งซื้อและใช้บริการเว็บบอร์ดได้ในส่วนของผู้ดูแลระบบ สามารถทำการตรวจสอบ จัดการเว็บไซต์ของร้านค้า และดูรายงานการสร้างเว็บไซต์ของร้านค้าและยอดขายของแต่ละร้านค้าผ่านทางเว็บไซต์ได้
แนวทางการพัฒนา
วัตถุประสงค์ของการใช้งานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็คือให้ผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการทำให้เกิดกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้นลดการใช้กระบวนการที่ต้อง มีคนเข้ามาเกี่ยวเพื่อลดความผิดพลาด เพิ่มความเร็วในการบริการ การพัฒนาและเลือกว่าจะใช้เทคโนโลยีใดๆมาใช้นั้น มีให้เลือกมากมายหลายวิธี ผู้ประกอบการอาจจะต้องเริ่มจากเล็กๆ ไม่ซับซ้อน เช่นการใช้อีเมล์ การดูอินเทอร์เน็ต และลองดูว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง จนถึงขั้นที่อาจจะสร้างเว็บไซต์ของบริษัทเองก็ได้
แหล่งข้อมูล
http://www.ecommerce.or.th/project/e-guide
http://ThaiNuke.net [2005,October 1]
http://www.cmsthailand.com/modules.php
=modload&name=Sections&file=index& req=
viewarticle&artid=2&page=
http://202.44.34.134/journal/download.htm
งานวิจัยนี้เป็นสร้างระบบช่วยสร้างเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ในการช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการมีเว็บ E-Commerce โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียน code ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจได้มาก โดยเฉพาะธุรกิจที่เพิ่งเริ่มดำเนินกิจการรวมไปถึงเจ้าของกิจการที่ไม่มีหน้าร้านเป็นของตนเอง ระบบนี้มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดี สามารถทำงานได้ครบถ้วนตามขอบเขตของระบบงานที่ได้วางไว้
วัตถุประสงค์ของการวิจัย
- เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจได้มาก
- เพื่อช่วยในการพัฒนาเว็บไซต์ โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการเขียน code
- เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ที่ต้องการมีเว็บ e-Commerce
- เพื่อให้ธุรกิจของตนนั้นสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่น ๆ ได้
- เพื่อให้ช่องทางในการพัฒนาและขยายช่องทางการตลาด
- เพื่อสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ ๆ และช่วยอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่
กระบวนการวิจัย (Process)
วิธีการดำเนินงาน
การศึกษาระบบงานเดิม
จากการศึกษาระบบงานเดิมพบว่าการพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส (e-Commerce) ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันนั้นมี 2 แนวทาง คือ การจ้างบริษัทในการพัฒนาเว็บไซต์และการพัฒนาเว็บไซต์ด้วยตนเอง ซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับว่าผู้ประกอบธุรกิจจะเลือกใช้วิธีใด
การศึกษาความเป็นไปได้
พบว่าระบบงานเดิมนั้นยังมีข้อจำกัดบางประการอยู่ ในส่วนของผู้ที่ต้องการพัฒนาเว็บไซต์เองแต่ไม่มีความรู้ในการพัฒนาเว็บไซต์นั้นระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่สามารถช่วยได้ โดยระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์
อิเล็กทรอนิกส์นั้นจะแบ่ง การทำงานออกเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ คือส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ ส่วนการจัดการกับเนื้อหาเว็บไซต์และส่วนของการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ซึ่งแต่ละส่วนมีการทำงาน ดังนี้
1. ส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์
ส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ จะเป็นส่วนของผู้ที่ต้องการมีเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Commerce) ซึ่งจะต้องสมัครเป็นสมาชิกก่อน จึงจะทำการพัฒนาเว็บไซต์ได้ โดย
ผู้ประกอบการจะต้องกรอกข้อมูลต่าง ๆ เช่น ข้อมูลผู้ประกอบการข้อมูลสินค้า รูปแบบ template และยอมรับเงื่อนไข เมื่อเสร็จขั้นตอนแล้วผู้ประกอบการจะได้รับชื่อของ URL ที่ใช้ในการจำหน่ายสินค้ากับทางเว็บไซต์
2. ส่วนการจัดการเนื้อหาเว็บไซต์
ส่วนการจัดการเนื้อหาผ่านเว็บไซต์ จะเป็นส่วนของผู้ประกอบการที่มีเว็บไซต์เรียบร้อย ซึ่งในส่วนนี้จะใช้สำหรับการแก้ไขข้อมูลและรายละเอียดของสินค้า รวมถึงรูปแบบtemplate โดผู้ประกอบการที่ต้องการจะเข้ามาแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ จะต้องทำการ Log in เข้าสู่ระบบก่อน จึงจะสามารถทำงานได้
3 ส่วนสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์
ส่วนการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ จะเป็นส่วนของการสั่งซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ โดยลูกค้าจะต้องทำการสมัครเป็นสมาชิกกับทางเว็บไซต์ก่อนจึงจะสามารถสั่งซื้อสินค้าได ้เมื่อต้องการสั่ง ซื้อสินค้าให้ทำการ Log in เข้ามาสั่งซื้อโดยทำการเลือกสินค้าที่ต้องการลงในตะกร้าสั่งซื้อแลวิธีการชำระเงิน จากนั้นระบบจะทำการคำนวณราคาสินค้าที่สั่งซื้อสุดท้ายเมื่อกระบวนการทำงานต่าง ๆ เรียบร้อยลูกค้าจะได้รับหมายเลขการสั่งซื้อสินค้าเพื่อใช้อ้างอิงต่อไป
การวิเคราะห์และออกแบบระบบงานใหม่
จากการศึกษาความเป็นไปได้นั้น จึงทำการออกแบบระบบโดยอาศัยหลักการและทฤษฎี UML (Unified Modeling Language) เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์และออกแบบระบบงานใหม่ โดยในการวิเคราะห์นั้นจะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน คือ Use Case Diagram, Class Diagram, Sequence Diagramและ State Diagram
1. Use Case Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ จากภาพที่ 1 ระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
Enterprise คือ ธุรกิจที่ต้องการสร้างเว็บ e-Commerce
Admin คือ ผู้ดูแลระบบ
Customer คือ ลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้า
User คือ ผู้ใช้งานทั่วไปที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์
กิจกรรม Register member เป็นการสมัครสมาชิกซึ่งผู้ที่จะมาสมัครสมาชิก ได้นั้น คือ Enterprise และ Customerโดยผู้สมัครจะต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้กับระบบ เพื่อ
เข้าไปทำกิจกรรมพัฒนาเว็บไซต์หรือซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ต่อไป
ภาพที่ 1 Use Case Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กิจกรรม Log in เป็นการเข้าสู่ระบบ เพื่อที่จะเข้าไปทำกิจกรรมอื่น ๆ ต่อไป ผู้ที่จะเข้าสู่ระบบได้จะต้องทำการสมัครสมาชิกก่อน ซึ่งได้แก่ Enterprise Customer และ Admin
กิจกรรม Create web page เป็นส่วนที่ช่วยพัฒนาเว็บไซต์ โดยผู้ประกอบการ (Enterprise) ต้องทําการกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทรายละเอียดสินค้าที่จำหน่าย และรายละเอียดเกี่ยวกับ template ที่ต้องการ
กิจกรรม Update web page เป็นส่วนที่ใช้สำหรับแก้ไขข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับสินค้าและ template
กิจกรรม Search เป็นส่วนที่ใช้ในการค้นหาข้อมูล ซึ่งผู้ใช้ทุกคนสามารถใช้งานในส่วนนี้ได้โดยไม่ต้องทำการสมัครเป็นสมาชิก
กิจกรรม Order เป็นการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ ซึ่งลูกค้าจะต้องสมัครสมาชิกก่อน โดยให้หยิบสินค้าลงตะกร้าสินค้าพร้อมทั้งบอกจำนวนที่ต้องการ เมื่อสั่งซื้อเรียบร้อยระบบจะทำการคํานวณราคาสินค้าจากนั้นลูกค้าจะต้องกรอกข้อมูลการชำระเงิน สุดท้ายระบบจะให้หมายเลขการสั่งซื้อกับลูกค้าเพื่อใช้ในการอ้างอิงภายหลัง
กิจกรรม Report เป็นส่วนสำหรับ Admin และ Enterprise ที่ใช้ในการออกใบเสร็จและออกรายงานยอดการจำหน่ายสินค้าให้กับผู้ประกอบการและ Admin
กิจกรรม Web board เป็นส่วนที่ใช้ในการตั้งกระทู้และตอบคำถามซึ่งในส่วนนี้จะสามารถใช้งานได้ทุกคนโดยไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิก
กิจกรรม Exchange data เป็นส่วนที่ใช้แสดงข้อมูลสินค้าที่อยู่ในรูปของ XML (Extensive Markup Language) เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนข้อมูล
กิจกรรม Maintenance website เป็นส่วนสำหรับ Admin เพื่อใช้ในการดูแลและปรับปรุงเว็บไซต์ให้มีความถูกต้องและทันสมัยอยู่เสมอ
2. Class and Object Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ดังภาพที่ 2
ภาพที่ 2 Class and Object Diagram ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
3. Sequence Diagram (ภาพที่3) ระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ์ ในที่นี้จะแสดง Sequence Diagram ของ Use Case Create web page การพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยผู้ประกอบการ (Enterprise) ที่ต้องการสร้างเว็บจะร้องขอไปที่เว็บไซต์ จากนั้นเว็บไซต์จะแสดงแบบฟอร์มการสร้าง web page ผู้ประกอบการจะกรอกข้อมูลสินค้าและรายละเอียดลงใน web page จากนั้นระบบจะทำการตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งชื่อ web pageด้วยถ้าชื่อ web page ซ้ำระบบจะแสดงข้อความขึ้นที่หน้าจอการใช้งานเพื่อให้ทำการตั้งชื่อ web page ใหม่ แต่ถ้าชื่อไม่ซ้ำระบบจะตอบรับและให้ดําเนินการต่อซึ่งผู้ประกอบการต้องจดจำชื่อ web page นั้น เพื่อใช้ในการเรียกใช้งานเว็บของตน
ภาพที่ 3 Sequence Diagram ของ Use Case Create web page
4. State Diagram (ภาพที่ 4) ของระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ในที่นี้จะแสดง State Diagram ของการ Create web page เริ่มจากสถานะพร้อมใน การรับคําสั่งเมื่อมีคําสั่งการสร้างเว็บเข้ามา ระบบจะให้กรอกข้อมูลความต้องการเว็บเพจ ซึ่งในที่นี้จะรวมถึงชื่อ URL ที่ผู้ประกอบการกำหนดขึ้นด้วยจากนั้นจะส่งข้อมูลไปตรวจสอบถ้าพบว่ากรอกข้อมูลไม่ครบจะให้ย้อนกลับไปทำการกรอกข้อมูลใหม่ และถ้าพบว่าชื่อ URL ซํ้าก็จะให้ทำการตั้งชื่อใหม่แต่ถ้า ไม่ซํ้าก็จะให้ไปทําการสร้าง catalog โดยให้กรอกข้อมูลสินค้าและทำการตรวจสอบ ถ้าพบว่ากรอกข้อมูลไม่ครบก็จะให้ย้อนกลับไปกรอกข้อมูลใหม่ แต่ถ้าข้อมูลครบถ้วนแล้วก็จะแสดงข้อความ “successful” บนหน้าจอเป็นการสิ้นสุดการทำงาน
ภาพที่ 4 State Diagram ของการ Create web page
ภาพที่ 5 สถาปัตยกรรมของระบบช่วยสร้างเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ขั้นตอนการพัฒนาระบบ
ในการพัฒนาระบบมีการจำลองเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นทั้งเครื่อง Server และเครื่อง Client โดยนำเทคโนโลยีDOTNET เข้ามาทำงาน ระบบช่วยพัฒนาเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นั้นผู้จัดทําได้เลือกใช้ ASP.NET ในการพัฒนาระบบและใช้ Microsoft SQL Server 2000 ในการจัดการกับฐานข้อมูลของระบบ นอกจากนี้ยังมีการนำ XML เข้ามาใช้ในการแลกเปลี่ยนข้อมูล
ขั้นตอนการทดสอบระบบ
ทำการทดสอบระบบโดยใช้แบบสอบถามประมวลผลทางสถิติ เพื่อหาประสิทธิภาพของระบบ ซึ่งแบบสอบถามที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลและการทดสอบสมมุติฐานนั้นแบ่งคำถามออกเป็น 2 ประเภท คือ คำถามปลายปิด ซึ่งมีคำตอบชัดเจนตายตัวให้เลือก (เป็นข้อ choice) และคำถามปลายเปิดซึ่งเป็นการถามเชิงขอความคิดเห็น ในการประมวลผลทางสถิติเพื่อประมวลระบบนั้นได้เลือกใช้คำ ถามปลายปิดเนื่องจากมีคำตอบที่ชัดเจน รวดเร็ว เพื่อให้เป็นที่ยอมรับ โดยแบ่งคำถามออกเป็น 4 ส่วน คือ
1. การประเมินระบบทางด้าน Functional Requirement Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้มานั้นมีความถูกต้อง และมีประสิทธิภาพตามความต้องการของผู้ใช้มากน้อยเพียงใด
2. การประเมินระบบด้าน Functional Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้พัฒนามีความถูกต้องและมีประสิทธิภาพสามารถทำงานได้ตามหน้าที่ (Function) ที่มีอยู่ในระบบมากน้อยเพียงใด
3. การประเมินระบบด้าน Usability Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้พัฒนามีความสามารถในการใช้งาน และมีความสะดวกในการใช้งานมากน้อยเพียงใด
4. การประเมินระบบด้าน Security Test เป็นการประเมินเพื่อดูว่าระบบที่ได้พัฒนานั้นมีค วามปลอดภัยของข้อมูลหรือไม่มีมากน้อยเพียงใด
ผลการวิจัยและการนำไปใช้ประโยชน์
a. ผลผลิต/สิ่งที่ได้จากการวิจัย
ระบบมีประสิทธิภาพอยู่ในระดับดี สามารถทำงานได้ครบถ้วนตามขอบเขตของระบบงานที่ได้วางไว้
b. จุดเด่นของผลการวิจัย
ผู้ที่ต้องการมี web e-Commerce โดยผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในการสร้างเว็บไซต์และไม่จำเป็นต้องทำการเขียนcode ด้วยตนเอง เพียงเลือกรูปแบบและทำการกรอกข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า และธุรกิจของตนใน web authoring ก็จะได web e-Commerce สําหรับธุรกิจ ของตนแล้ว
c. การนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์
ทำให้ธุรกิจของตนเป็นที่รู้จักทั่วโลก เพื่อให้ธุรกิจของตนนั้นสามารถแข่งขันกับธุรกิจอื่นๆได้ อีกทั้งเป็นช่องทางในการพัฒนาและขยายช่องทางการตลาด สามารถนำความรู้จากบทความนี้ไปประยุกต์ใช้หรือพัฒนางานวิจัยต่อไปได้โดยระบบช่วยสร้างเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นการพัฒนาระบบงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งผลจากการพัฒนานั้นปรากฏผลดังนี้
ในส่วนของร้านค้านั้นพบว่า สามารถทำการสร้างเว็บ e-Commerce สร้าง catalogue จัดการข้อมูลการซื้อ-ขายสินค้าวิธีการชำระค่าสินค้าข่าวประชาสัมพันธ์รายงานการซื้อ -ขายสินค้า รายงานรายได้ พิมพ์ใบเสร็จ การใช้บริการเว็บบอร์ดและดูข้อมูลต่าง ๆ ผ่านทางเว็บไซต์ได้ในส่วนลูกค้า พบว่าสามารถทำการค้นหาข้อมูลสินค้าซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ พิมพ์รายการสินค้าที่สั่งซื้อและใช้บริการเว็บบอร์ดได้ในส่วนของผู้ดูแลระบบ สามารถทำการตรวจสอบ จัดการเว็บไซต์ของร้านค้า และดูรายงานการสร้างเว็บไซต์ของร้านค้าและยอดขายของแต่ละร้านค้าผ่านทางเว็บไซต์ได้
แนวทางการพัฒนา
วัตถุประสงค์ของการใช้งานด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก็คือให้ผู้ประกอบการ สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยการทำให้เกิดกระบวนการที่เป็นอัตโนมัติมากขึ้นลดการใช้กระบวนการที่ต้อง มีคนเข้ามาเกี่ยวเพื่อลดความผิดพลาด เพิ่มความเร็วในการบริการ การพัฒนาและเลือกว่าจะใช้เทคโนโลยีใดๆมาใช้นั้น มีให้เลือกมากมายหลายวิธี ผู้ประกอบการอาจจะต้องเริ่มจากเล็กๆ ไม่ซับซ้อน เช่นการใช้อีเมล์ การดูอินเทอร์เน็ต และลองดูว่าคุณจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นได้อย่างไรบ้าง จนถึงขั้นที่อาจจะสร้างเว็บไซต์ของบริษัทเองก็ได้
แหล่งข้อมูล
http://www.ecommerce.or.th/project/e-guide
http://ThaiNuke.net [2005,October 1]
http://www.cmsthailand.com/modules.php
=modload&name=Sections&file=index& req=
viewarticle&artid=2&page=
http://202.44.34.134/journal/download.htm
0 Comment